Tag เรียน......อย่างคนมีกึ๋น

กติกา:
 
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น ศิลปศาสตร์ จิตวิทยา ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ

      
 
 
 ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
 
เรียน คณะศิลปศาสตร์
สาขา จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ (I/O Psychology)
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครับ  Embarassed
 
 
 สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
 
การเรียนการสอนของจิตวิทยาไอโอที่ธรรมศาสตร์ ถือได้ว่าเข้มข้นครบถ้วนกระบวนความ
คือ มีทั้งทฤษฎีที่แน่นปึ้ก และการลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดความเข้าใจในบทเรียนมากขึ้น
 
ยกตัวอย่างเช่น ในหลายๆ วิชา นักศึกษาจะต้องไปค้นคว้าหาข้อมูลมาในแต่ละบทที่ได้รับมอบหมาย
นำเสนอในคาบเรียน (PPT presentation) ต่ออาจารย์และเพื่อนๆ ในคลาส ถือเป็นการฝึกการเรียนรู้ด้วยตนเอง
และฝึกความมั่นใจ เพราะการนำเสนอพวกนี้ สายงาน HRD คงหนีไม่พ้นอยู่แล้ว เป็นการฝึกทักษะในตัว
 
เรียนไอโอ น้องๆ จะได้ใช้สมองคิดอย่างเต็มที่ อาจารย์บางท่านจะชอบจี้ถามให้เราตอบ 
(อยากบอกนิดนึงว่าประทับใจตรงที่อาจารย์แทบทุกคน จำชื่อนักศึกษาในห้องได้หมดเลย เก่งจริงๆ)
ซึ่งด้วยการที่อาจารย์จำชื่อเราได้นั้น ส่งผลให้โดนเรียกชื่อตอบคำถามกันถ้วนหน้า เพราะฉะนั้นต้องตั้งใจ
ต้องวิเคราะห์ตลอดคาบ ไม่มีมานั่งฟังเลคเช่อร์เฉยๆ หรืออ่านในชีทไปเรื่อย แตกต่างจากคณะอื่นๆ แน่นอน
อาจารย์จะมีกิจกรรม (งาน) ให้นักศึกษาทำประจำ เช่น ให้เราคิดกิจกรรมมาให้เพื่อนๆ เล่นแก้ง่วงตอนเรียน
ที่เด็ดสุดคิดว่าคงเป็นการให้จับกลุ่มมาแสดงละคร (role play) ถ่ายมาเป็น VDO ให้เพื่อนๆ ดูเป็นความรู้
นี่คือตัวอย่างงานที่ผมและเพื่อนๆ ในกลุ่ม ได้ร่วมกันทำส่งอาจารย์วิชาจิตวิทยาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
เป็นการประยุกต์เอาความรู้รวบยอดของเนื้อหาที่ได้รับมอบหมาย นำไปถ่ายทอดเป็นสื่อที่ดูแล้วเข้าใจง่าย
 
นอกจากนี้ก็มี ฝึกการเป็นพิธีกร (MC) อย่างถูกวิธี ดูดีและมีเสน่ห์
ผมเองก็เพิ่งรู้จากการได้มาเรียนไอโอนี่แหล่ะว่า พิธีกรที่ดี ไม่ควรพูดว่า "ขอเสียงปรบมือด้วยครับ/ค่ะ"
เพราะ มันดูเหมือนขอทาน .... อาจารย์เขาสอนเลยนะ ว่าทางที่ดีต้องพูดอย่างไร ใช้น้ำเสียงแบบไหน
คนถึงจะปรบมือให้โดยที่ไม่ต้องพูดประโยคขอทานแบบนี้ มันมีวิธีครับ อยากรู้ก็ลองมาศึกษาดู
 
เรื่องกิจกรรมประกอบการเรียนการสอนมีอีกเยอะครับ
ไม่อยากเล่ามาก เดี๋ยวพอไปเจอแล้วอาจจะไม่เซอร์ไพรส์
(เหมือนดูหนัง ต้องดูแค่เทรลเล่อร์พอ อย่าไปอ่านสปอยเลอร์ ฮ่าฮ่าฮ่า)
 
แล้วอยากบอกว่าสิ่งหนึ่งซึ่งสำคัญต่อการเรียนจิตวิทยา คือ ต้องมีพื้นฐานภาษาอังกฤษพอสมควร เพราะว่าจิตวิทยาเป็นศาสตร์ที่ค่อนข้างใหม่ในประเทศไทย แล้วเวลาเรียน ไม่ค่อยมีตำราที่คนไทยเขียนครับ ต้องไปซีร็อก textbook ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษล้วนๆมาจากอาจารย์หรือรุ่นพี่มาอ่าน ฉะนั้นถ้าใครมี skill ทางด้านภาษาอังกฤษมาล่ะก็ข้ามปัญหาเรื่องการแปลศัพท์ทางจิตวิทยา และการอ่านเปเปอร์งานวิจัยไปได้เปราะหนึ่งแล้ว
 
อ้อ! นอกจากนี้ การเป็นนักศึกษาจิตวิทยา มธ. ทำให้เราได้ไปเรียนกันที่ตึกคณะวิทยาศาสตร์ฯ บ่อยๆด้วยนะครับ
บอกเลยว่าสาวคณะวิทย์ สวยแจ่มมากครับ  ... (เกี่ยวมั้ย! )
 
เข้าเรื่องต่อ คือ นักศึกษาจิตวิทยาอย่างเราๆ จะได้สิทธิ์ไปเข้าใช้ห้องปฏิบัติการทดลอง (LAB) ของคณะวิทย์
ในคาบเรียนของวิชา Animal Biology ที่คณะวิทย์นี้ก็จะมีห้องแล็บ แล้วมีอาจารย์จากคณะวิทย์มาสอนเองเลย
ที่นี่ เราจะได้มาจับกล้องจุลทรรศน์ส่อง cells กันอีกครั้ง  (สำหรับคนที่เรียนสายวิทย์มาตอนม.ปลาย)
แล้วก็ได้ล้วงควักหัวใจหมู ดูเส้นเลือด ได้ย้อมเซลล์พืช ได้ผ่าหนูทดลอง . . . ฯลฯ
แอบบอกว่า Quiz ท้ายคาบมหาโหดมากๆ ครับ หลายคนคงทราบกิตติศัพท์คณะวิทย์ มธ.ดีเนอะ หึๆ
 
แล้วพอเราเปลี่ยนผ่านจากเฟรชชี่ ไปอยู่ ปี2 - ปี 3 ก็จะได้เรียน Stat ได้ใช้คอมพิวเตอร์แบบไฮเทค
ห้องคอมหรูๆ แอร์เย็นๆ เก้าอี้นุ่มๆ แค่คิดก็ฟิน อยากจะกลับไปเรียนอีก
(แน่ใจนะว่าเรียน ไม่ใช่แอบเล่น facebook 555) เอาน่าา ของอย่างนี้ก็ต้องมีบ้างนิดหน่อย รู้ๆ กัน . . .
 
มาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนอาจเริ่มสงสัยตะหงิดๆ ว่าทำไมต้องผ่าหนูด้วย ? ไปดูหัวใจหมูเพื่อ ?
ทำไมต้องเข้าไปห้องคอมคณะวิทย์ ? ทำไมต้องเรียนเลข ? .... เราเรียนจิตวิทยาไม่ใช่เหรอ?
ผมบอกเลยว่า "ใช่ เราเรียนจิตวิทยา" แต่คนที่ไม่รู้จักจิตวิทยามาก่อนคงไม่ทราบว่าวิชาจิตวิทยาที่เราเรียนๆ กันนั้น เป็นหลักสูตรแบบ modern psychology ครับ อธิบายคือ รากฐานของจิตวิทยาสมัยใหม่นี้ได้รับการก่อตั้งมาจากพื้นวิทยาศาสตร์ที่เป็น pure science โดยปัจจุบันหากมองภาพรวมแล้วตัวศาสตร์จิตวิทยาจะมีสองฟังก์ชัน ได้แก่ ส่วนที่เป็น "ศาสตร์" (ทฤษฎี/การทดลองด้วยระเบียบวิธีวิจัย ซึ่งจำเป็นต้องใช้องค์ความรู้ทางสถิติ,ชีวะ,สรีระ เพื่อใช้อธิบายปรากฏการณ์ทางพฤติกรรมต่างๆในลักษณะของรูปธรรม) และอีกส่วนนึงคือเป็น "ศิลป์" (แนวคิดเชิงนามธรรมของนักจิตวิทยารุ่นเก่าๆ เช่นในยุคแรกเริ่มอย่างซิกมันด์ ฟรอยด์ โน่นเลย) ความเป็นศิลป์คือไม่มีอะไรตายตัว คุณจึงต้องมีกึ๋นในการนำความรู้ทั้งหมดทั้งมวลจากจิตวิทยา รวบยอดไปประยุกต์ตามสภาพการณ์ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เอาไว้คุณไปเรียนวิชา general psychology จะเก็ทเลยว่าแนวคิดทางจิตวิทยามันมีเยอะมากจริงๆ ซึ่งเราก็ต้องเลือกแหละครับว่าจะหยิบเอาทฤษฎีไหนมาใช้กับ client 
 
 
จิตวิทยาไอโอเรียนอะไรบ้าง
 
ว่าด้วยเรื่อง IO Psychology หรือภาษาไทยคือ จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ (เขียนว่า 'องค์การ' ไม่ใช่องค์กรนะครับ) มันเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยพฤติกรรมของมนุษย์ในองค์การ/บริษัทต่างๆ ซึ่งเป็นการนำความรู้เรื่องพฤติกรรมของมนุษย์ไปใช้ในกิจกรรมทางอุตสาหกรรม การจัดการ การวางแผนงาน ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการผลิต (ยกตัวอย่างบริษัทเช่น ปตท. SCG) การโฆษณาสื่อสาร (เช่น ช่องโทรทัศน์ สำนักพิมพ์ A DAY) การจำหน่าย การบริโภค และการบริการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินงานในองค์การทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ด้วยการนำทฤษฎีและหลักการทางจิตวิทยาไปช่วยพัฒนาและแก้ปัญหาด้านพฤติกรรมของมนุษย์ที่ดำเนินงานอุตสาหกรรมทั้งด้านการสร้างสัมพันธ์ระหว่างผู้ปฏิบัติงานและการวางตนตามบทบาทหน้าที่ในหน่วยงาน
 
จะเห็นได้ว่าการศึกษาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การนั้นจะต้องศึกษาตั้งแต่ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพฤติกรรมความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับงานอุตสาหกรรม แล้วจึงนำความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพฤติกรรมนั้นไปใช้ประโยชน์ในงานอุตสาหกรรมทุกด้านทุกขั้นตอน ทั้งนี้โดยผู้ให้บริการก็ทำงานได้ด้วยความสุขความพอใจ เจ้าของกิจการก็ประสบความสำเร็จและเกิดความสุขความพอใจในงานจึงเห็นได้ว่า การที่จะได้ชื่อว่าใช้จิตวิทยาเป็นนั้นต้องก่อให้เกิดความพึงพอใจหรือโดยสมัครใจกับทุกฝ่าย
 
นอกจากนี้ ด้วยความรู้เหล่านี้ เราจึงสามารถนำไปต่อยอด ด้วยการลงเรียนวิ