เขียนโดย 

ปนัฎดา สังข์แก้ว

Managing Director and Learning Consultant

People Synergy Co.,Ltd.

 

"อยากเป็น HR ต้องทำอย่างไร?"

เป็นคำถามสุดฮิตในยุคนี้เลยก็ว่าได้

ฮิตมากขนาดไหน ก็ขนาดที่สามารถจุดประกายให้ฉันเขียนหนังสือเล่มนี้

มีคนมากมายมายขอคำแนะนำในการเปลี่ยนสายงานเสียนี่

ซึ่งสายงานที่อยากเปลี่ยนมาทำมากที่สุดก็คือ HR

ตอนแรกฉันแทบไม่เชื่อสิ่งที่ได้เห็นได้รับรู้ แต่พอได้ตอบเมล์ไปพักใหญ่

จึงเชื่ออย่างสุดใจเลยว่า งาน HR เป็นงานที่ได้รับความนิยมมากๆ งานหนึ่งในตลาดงานปัจจุบัน

ฉันไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าสาเหตุที่เกิดปรากฎการณ์นี้ขึ้นคืออะไร

เพราะไม่มีโอกาสได้เก็บสถิติเอาไว้ แต่ที่พอรับรู้ได้ก็คือ

งาน HR มีเสน่ห์ในตัวเอง และหลายๆ คนคิดว่าเพียงแค่มีใจรักงานบริการ เข้าใจจิตใจคนอื่น

ใครๆ ก็สามารถจะเป็น HR ได้ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ความเข้าใจผิด...เพียงแต่...นั่น...

ไม่ใช่ทั้งหมดของการที่จะมาเป็น HR ที่ดีและเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง

ดังนั้นเราจึงต้องเปิดหลักสูตรให้ศึกษากันเฉพาะทาง ที่ต่างประเทศจะนี้สาขานี้ให้เรียนโดยตรง

 

แต่การจะเป็น HR ในประเทศไทยได้นั้น โดยทั่วไป มีทั้งหมด 3 ช่องทาง

 

 

1. จากการเรียนในมหาวิทยาลัย

 

ในส่วนนี้ก็คงหนีไม่พ้นการเรียนในคณะ

ที่มีรายวิชาเกี่ยวข้องกับงานด้านการบริหารบุคคลหรือการบริหารธุรกิจด้านต่างๆ

ได้แก่ คณะศิลปศาสตร์ เอกจิตวิทยาหรือจิตวิทยาอุตสาหกรรม / 

คณะรัฐศาสตร์ เอกบริหารรัฐกิจ, เอกการปกครอง, เอกรัฐประศาสนศาสตร์ /

คณะพาณิชยศาสตร์ เอกบริหารทรัพยากรมนุษย์ 

 ซึ่งทั้ง 3 คณะนี้เป็นคณะที่เปิดสอนในรายวิชาที่มีเนื้อหาค่อนข้างเกี่ยวข้องกับงาน HR โดยตรง

 

ส่วนคณะที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องอยู่บ้าง ก็คือ คณะสังคมสงเคราะห์

คณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา เป็นต้น

 

แต่ถ้าคุณสนใจจะทำงานใน Fun Department ล่ะก็

เรื่องคณะที่จบก็ไม่ต้องไปสนใจหรือให้ความสำคัญก็ได้

 

สำหรับช่องทางแรกนี้ ถ้าคุณมีความสนใจงานด้าน HR ตั้งแต่ต้น ซึ่งหมายถึงก่อนเอ็นทรานซ์

ก็คงไม่ยากนักที่จะมุ่งมั่นสอบหรือสมัครเข้ารียนในคณะที่กล่าวถึงข้างต้น

แต่ถ้าคุณเพิ่งมารู้ทีหลัง หลังจากได้ร่ำเรียนในคณะอื่น เช่น คณะวิทยาศาตร์ คณะเศรษฐศาสตร์

หรือแม้แต่คณะครุศาสตร์มาแล้วจนจบ คราวนี้คุณก็อาจต้องหาตัวช่วยในช่องทางที่สองแล้วล่ะ

 

 

2. จากทักษะความสามารถเฉพาะตัวที่เหมาะกับงาน HR

 

ถ้าคุณไม่ได้เรียนมาโดยตรง สิ่งที่จะช่วยชีวิตคุณได้ หากคุณอยากมาพักพิงกับฝ่าย HR ก็คือ

การพยายามขายตัวเองในวันสัมภาษณ์งาน ทำให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าคุณมีทักษะ

มีความสามารถเพียงพอที่จะรับผิดชอบงานได้

คุณอาจต้องใช้ความพยายามมากกว่าคนอื่นที่จบมาโดยตรงมาซักหน่อย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีหนทางนะ

มีเพื่อนของฉันคนหนึ่ง จบจากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาสถิติ

แต่เจ้าหล่อนอยากทำงาน HR ในฝ่ายสรรหามากๆ ดูเหมือนว่าไม่มีทางเป็นไปได้เลยใช่มั้ย?

แต่เธอก็สามารถทะลุผ่านเส้นชัยไปได้

ด้วยการนำเสนอตัวเองอย่างเต็มที่ว่าชอบการวิเคราะห์คนจากพฤติกรรมที่แสดงออกมา

ชอบการสังเกต แล้วนำมาวิเคราะห์และประมวลผลต่อ

ช่างตรงกับคอนเซ็ปท์ของวิชาสถิติที่เรียนมาเสียนี่กระไร

จนตอนนี้เธอก็ได้ทำงานสรรหาสมใจมาแล้วถึง 5 ปี

หรืออีกคนตอนเรียนอยู่เคยไปลงวิชาเลือกของสาขาบริหารรัฐกิจ คณะรัฐศาสตร์

ทั้งที่ตัวเองเรียนอยู่คณะวารสารศาสตร์ ทำให้ค้นพบตัวเองว่าอยากทำงาน Training & Development

ขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เพราะมองว่างานการพัฒนาบุคลากรมีความน่าสนใจ

และทักษะด้านการสื่อสารที่ตัวเองเรียนมาโดยตรงน่าจะช่วยให้งานฝึกอบรมสัมมนา

และพัฒนาประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น เพราะการที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายได้รับข่าวสารข้อมูล

เพื่อให้เกิดแนวคิดหรือมุมมองใหม่ๆ แล้วนำมาปรับใช้ในการทำงานของตนได้นั้น

ช่องทางและวิธีการสื่อสารน่าจะมีส่วนช่วยได้มาก ดังนั้น การวิเคราะห์สื่อ ช่องทางการสื่อสาร

และกลุ่มเป้าหมายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรให้ความสนใจมากๆ...

และตอนนี้เขาคนนั้นก็กลายมาเป็นวิทยากรฝึกอบรมสัมมนาในองค์กรหนึ่งไปซะแล้ว หลังจากบ่มเพาะ

สั่งสมความรู้และประสบการณ์มาได้พักใหญ่ เขามีวันนี้ได้ เพราะการขาย (ทักษะความสามารถของ)

ตัวเองในห้องสัมภาษณ์งานจริงๆ

เห็นมั้ย...แค่รู้ว่าทักษะความสามารถที่โดดเด่นของตัวเองคืออะไร

แล้วทักษะความสามารถนั้นจะสามารถช่วยให้การทำงานที่หมายมั่นปั้นมือประสบความสำเร็จได้อย่างไร

เมื่อจับมาเชื่อมโยงกันได้ เท่านี้...ทุกอย่างก็อยู่ในการควบคุมของเราแล้ว

อ้อ...ช่องทางนี้ใช้ได้ดีกับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายงานด้วยนะ

 

 

3. จากประสบการณ์ทำงานหรือฝึกงาน

 

อ่านจบมาสองช่องทางแล้ว อาจมีหลายคนที่ยังมองไม่เห็นประตูที่จะพาตัวเองเข้าสู่งาน HR ซักที

ช่องทางที่สามอาจช่วยคุณได้ ประสบการณ์ทำงาน อาจเป็นงาน Part time ในขณะที่เรียนอยู่

หรือการฝึกงานก็ตามแต่ ให้คุณเลือกทำงานหรือฝึกงานในฝ่าย HR ขององค์กร

การทำงาน Part time หรือฝึกงานนั้น วิธีการสรรหาหรือคัดเลือกคนจะไม่ยุ่งยาก

หรือมีการกำหนดขั้นตอนมากและเคร่งครัดเท่าการสรรหาพนักงานประจำ

ดังนั้น โอกาสที่คุณจะผ่านการสรรหาจึงมีค่อนข้างมาก ขอให้เลือกใช้โอกาสนี้ให้เต็มที่

ถ้าคุณอยากมาเป็น HR แต่ไม่สามารถกลับไปเอ็นทรานซ์ใหม่ได้แล้ว

เพียงแค่คุณมีใบรับรองว่าคุณเคยผ่านการทำงาน Part time

หรือการฝึกงานในงานด้านไหนก็ได้ของฝ่าย HR

คุณก็จะมีคุณสมบัติใกล้เคียงหรือเทียบเท่ากับเพื่อนๆ ที่จบมาโดยตรงเลยล่ะ

 

จะเห็นได้ว่าช่องทางเพื่อนำคุณเข้าสู่